ของเสียที่แพงที่สุดไม่ใช่ของที่คัดทิ้งในโรงงาน แต่คือของที่ออกไปถึงชั้นวางแล้วต้องเรียกคืน และสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเรียกคืนในอุตสาหกรรมอาหารและยาก็ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร มันคือรหัสล็อตกับวันหมดอายุที่พิมพ์ผิด พิมพ์เบลอ หรือพิมพ์ไม่ติด
OCR กับ OCV ต่างกันยังไง
OCR คือการอ่านตัวอักษรออกมาเป็นข้อความ ส่วน OCV คือการยืนยันว่าข้อความที่พิมพ์ออกมาตรงกับที่ควรจะเป็นและคุณภาพการพิมพ์ดีพอ ในงานบรรจุภัณฑ์เราต้องการทั้งคู่ คืออ่านให้ออกแล้วเทียบกับค่าที่ระบบสั่งพิมพ์ ถ้าไม่ตรงหรืออ่านไม่ออกให้ถือว่าไม่ผ่าน เพราะถ้าเครื่องอ่านไม่ออก ลูกค้าปลายทางก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน
ทำไมอ่านรหัสบนบรรจุภัณฑ์ถึงยากกว่าที่คิด
- พิมพ์บนผิวโค้ง เช่น ขวดหรือกระป๋อง ทำให้ตัวอักษรบิด
- ผิววาวสะท้อนแสง ทำให้บางส่วนของตัวอักษรหายไปในภาพ
- หมึก inkjet แตกเป็นจุด ไม่ได้เป็นเส้นทึบเหมือนตัวพิมพ์ในเอกสาร
- พื้นหลังมีลวดลายของฉลากปนกับตัวอักษร
- ชิ้นงานวิ่งเร็วและวางไม่ตรงตำแหน่งเดิมทุกใบ
AI เข้ามาช่วยตรงไหน
OCR แบบเดิมใช้การเทียบรูปร่างตัวอักษรกับแม่แบบ พอหมึกแตกหรือแสงสะท้อนนิดเดียวก็อ่านไม่ออกแล้ว ต้องมานั่งปรับพารามิเตอร์ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์ ส่วน AI OCR เรียนรู้จากภาพจริงบนไลน์ของโรงงานนั้น จึงทนต่อหมึกแตก ผิวโค้ง และแสงสะท้อนได้ดีกว่ามาก และเมื่อเจอบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ก็สอนเพิ่มด้วยภาพตัวอย่างแทนการนั่งจูนค่าทีละตัว

